ยุทธพงษ์ สืบภักดี : ครูหนุ่ม

ครูหมีสอนศิลปะ

ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (LOGO) และคําขวัญ (MOTTO)

by on ก.ค..19, 2010, under ครูหมีสอนศิลปะ

 

ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (LOGO) และคําขวัญ (MOTTO)

สําหรับใช้ในการเผยแพรประชาสัมพันธ์สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมหาดไทย

(MAHADTHAI CHANNEL) ชิงเงินรางวัล 50,000 บาท

นักศึกษาทุกคนต้องส่งเข้าประกวด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.moi.go.th/image/images_new/praguard_1.pdf

ปิดความเห็น บน ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (LOGO) และคําขวัญ (MOTTO) more...

ไอเดียมาจากไหนว้า….

by on ก.ค..16, 2010, under ครูหมีสอนศิลปะ

 

ปัญหาของนักออกแบบที่ทุกท่านประสบกันมากที่สุดคือ วิธีการหาไอเดียใหม่ๆ เจ๋งๆ เข้าท่าๆ ยิ่งถ้าเจอแบบ เร่งรัด ให้คิดได้ในบัดดลแล้วยิ่งไปกันใหญ่ …ไอเดีย มันเกิดมาจากอะไร มันจะมาตอนไหน แล้วจะหาไอเดียได้อย่างไร วันนี้ ผมจะมาลองเล่าให้ฟัง เผื่อมีประโยชน์บ้าง…

ไอเดีย (IDEA) แปลกันตรงๆ ก็หมายถึง ความคิด ผมจะเรียก สิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่หรือกำลังจะแสดงออก ณ บัดนั้น ว่า ไอเดีย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะแสดงออกมาในรูปแบบใด จะดีรึว่าเลวก็จะเรียกว่าไอเดีย

เช่น “ผมกำลังจะนอน แต่ผมคิดว่าดูหนังก่อนนอนสักเรื่องดีกว่า”  แบบนี้เป็นต้น

นี่คือรูปแบบของสิ่งที่เรียกว่าไอเดียโดยทั่วไปแบบปกติ แต่ในชีวิตของนักออกแบบไอเดียนั้นมีความสำคัญมากกว่ารูปแบบปกติทั่วไป เพระอะไร นั้นก็เพระว่าไอเดียของนักออกแบบ ต้องมีสิ่งที่ใหม่ สด แตกต่างจากรูปแบบปกติทั่วไป ไม่งั้นเราก็คงเรียกตัวเองว่านักออกแบบไม่ได้

เช่น “ผมกำลังจะนอน แต่ผมคิดว่าดูหนังก่อนนอนสักเรื่องดีกว่า” แต่ “เอะก่อนนอน ก่อนดูหนัง ผมคิดว่าวันนี้ผมเครียดมาเยอะทั้งวัน วันนี้ดูหนังตลกสักเรื่องดีกว่าจะได้อารมดี คลายความเครียดเพื่อจะได้หลับสบายๆ” แบบนี้เป็นต้น

อันนี้แสดงให้เห็นถึง การใช้ความคิดหรือที่เราเรียกว่า ไอเดีย ในการกลั่นกรอง วิเคาระห์และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพที่เป็นอยุ่ ณ ปัจจุบัน แต่…..อันนี้ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่คนทั่วไปอาจจะคิดได้และถือว่ายังไม่ใช่ไอเดียที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไป นักออกแบบต้องคิดให้ได้ลึกซึ่ง ถ้วนถี่และกรั่นกรองอย่างละเอียด เพื่อหาข้อสรุปและผลของสิ่งที่ทำอย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายในผลของมันตามความต้องการหรือผู้อื่นต้องการ

เช่น “ผมกำลังจะนอน แต่ผมคิดว่าดูหนังก่อนนอนสักเรื่องดีกว่า” แต่ “เอะก่อนนอน ก่อนดูหนัง ผมคิดว่าวันนี้ผมเครียดมาเยอะทั้งวัน วันนี้ดูหนังตลกสักเรื่องดีกว่าจะได้อารมดี คลายความเครียดเพื่อจะได้หลับสบายๆ”  แต่ “เอะแล้ววันนี้ผมเครียดเรื่องอะไรว้า อ้อ เรื่องที่ผมเครียดคือผมไม่สามารถบอกให้นักศึกษาทำความสะอาดห้องและเก็บกวาดห้องให้สะอาดได้ อ้าวทำไมถึงเป็นนั้นว้า ทำไมเค้าถึงไม่ฟังเราในการขอให้ทำความสะอาดในสิ่งที่เค้าทำเละได้ว้า แล้วทำไมเค้าถึงได้ทิ้งขยะลงบนพื้นห้องเรียนที่เป็นของพวกเค้าเรียนเอง โดยไม่คิดว่าถ้าไม่มีคนใดเก็บสักคนห้องมันก็จะสกปรก รกและไม่น่าเรียน ผมจะทำไงดีให้พวกเค้าเปลี่ยนความคิดได้ อ้อ งั้นหาหนังที่สอดแทรกความคิดเรื่องรักสิ่งของและช่วยเหลือซึ่งกันและกันดูซัก 2-3 เรื่องดีกว่า เผื่อจะได้นำไปใช้ได้ หรืออาจจะเอาไปให้นักศึกษาดูเลย เผื่อจะได้ความคิดดีๆไปบ้าง งั้น ลองค้นดูสัก 2-3 เรื่องแล้วนอนดูดีกว่า” แบบนี้เป็นต้น

ดั่งตัวอย่างที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า กระบวน การคิด (ไอเดีย)  นั้น ถ้าเราคิดด้วยเหตุและผล มีวัตถุประสงค์ รวบรวมข้อมูล กำหนดเป้าหมาย คาดหวังผลที่ต้องการ และนำไปใช้ อย่างละเอียดละออ มันก็จะเกิดประโยชน์มีคุณค่าและใช้งานได้จริง อย่างลงตัว แทนที่จะ ง่วง จะนอน ดูหนัง หลับ ผมก็จะได้ เครียด ง่วง จะนอน ดูหนัง หนังตลก คลายเครียด  หาสิ่งคลายเครียด ได้แง่คิดจากหนัง หลับ นำไปทดลองใช้ เกิดผลที่คาดหวัง ตรงตามเป้าหมาย เกิดประโยชน์สูงสุด แบบนี้ เห็นไหมครับ ได้อะไรอีกเยอะมากมายเลย

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการออกแบบ แน่นอนครับเกรินไปแล้ว การออกแบบ ต้องทำให้ได้ตามสิ่งที่ เรา (อาจหมายถึง ตัวเรา และ ลูกค้า) ต้องการ ฉะนั้นเมื่อเริ่มออกแบบเราต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง เน้นว่าถูกต้อง ถ้าผิดพลาดตั้งแต่ข้อมูล ก็จะทำให้เสียกระบวนไปตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มออกแบบเลย เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ทั้งจากตัวเรา ลูกค้า สิ่งต่างๆรอบตัว ผมก็จะเริ่มการ คิดเหตุและผล ถ้าทำงานเป็นกลุ่ม จังหวะนี้ก็จะเกิดการระดมความคิด (ไอเดีย) ของแต่ละคน คนนึงเสนอ(เหตุ) คนอื่นๆวิเคาระห์ และหาคำตอบ (ผล) ถ้าเหตุและผลไปด้วยกันได้ ก็จะเรียกว่า นี่คือไอเดียขั้นต้นแล้ว เมื่อได้ไอเดียขั้นต้นมาแล้ว ก็ต้องผ่านกระบวนการ กำหนดเป้าหมาย คาดหวังผลที่ต้องการ และนำไปทดลองใช้ ก่อนใช้งานจริง กระบวนการนี้อาจจะงงๆไปสักหน่อย จะยกตัวอย่างให้เห้นชัดขึ้น เช่น

“วันนี้ผมให้นักศึกษาออกแบบโลโก้ของ ช่องของกระทรวงมหาดไทย ที่เพิ่งออกอากาศและจัดกิจกรรมประกวดโลโก้อยู่ มีนักศึกษอยู่ 22 คน ก็ให้ออกแบบ Main idea ของแต่ละคนมาให้ได้ก่อน ก่อนที่จะนำไป Develop เป็น Idea Sketch หลายๆรูปแบบ แต่ละคนก็ออกแบบมาโดยไม่ถามเพื่อนหรือคนรอบข้างเลยเขียนอะไรได้ก็จะใส่มาเลยแล้วเอามาให้ผมดูว่าดีหรือไม่ดี ซึ่งก็จะค่อนข้างไปในรูปทางเดียวกันหมด คือคล้ายๆกัน โดยไม่ได้ค้นข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนเลย เมื่อไม่ผ่านและได้รับคำแนะนำไปก็จะไปเริ่มต้นกันใหม่ คิดใหม่รวบรวมข้อมูลใหม่ โดยข้อมูลที่เสริมให้ไปคือ การให้ไปดูว่าช่องนี้เค้าทำอะไร ถ่ายทอดอะไร เรื่องราวเป็นอย่างไง เนื้อหาสาระเกียวกับอะไร เป็นของใคร และเค้าทำมาเพื่ออะไร เมื่อมองเห็นสิ่งที่ติเติยนไป (บางคนไม่เข้าใจก็จะเถๆไป)  เมื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแนวความคิดเข้าที่เข้าทางแล้วก็จะจับหลักถูกว่าจะไปทางไหนและเริ่มที่จะสร้างผลงานที่ดีออกมา หลังจากได้ใช้ความคิดในการกลั่นกรองมาแล้ว” แบบนี้เป็นต้น

จึงสามารถมองเห็นได้ว่า ไอเดียที่ ผมและท่านๆ กำลังหาอยู่นั้น จริงๆ มันก็คือ ความคิดที่ผ่านการกลั่นกรองหาเหตุและผลที่ถูกต้อง มีการวิเคาระห์ สรุป รวบรวมข้อมูล และพัฒนา จนได้ ความคิดที่รวบยอด มีความหมายและเนื้อหาสาระที่ตรงต่อความต้องการของทุกคน และนำความคิด (ไอเดีย) นั้นไปสร้างเป็นผลงานออกมา

หลังจากขั้นตอนนี้เราถึงค่อยเริ่มสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบมาให้สวยงามและตรงตามความคิดหลัก main idea นั้นเอง หรือที่เราเรียกว่า I do ฉันทำได้ ต่อไป……

ปิดความเห็น บน ไอเดียมาจากไหนว้า…. more...

Looking for something?

Use the form below to search the site:

Still not finding what you're looking for? Drop a comment on a post or contact us so we can take care of it!

Visit our friends!

A few highly recommended friends...