Yuttapong Suebpakdee

Archive for กรกฎาคม, 2010

คุณสมบัติของนักออกแบบที่ดี

by admin on ก.ค..28, 2010, under วิชาการปวดสมอง แต่ไอคิวเพิ่ม

 

การที่จะเป็นนักออกแบบที่ดีและประสบความสำเร็จนั้นไม่ใชเรื่องยาก แต่มันจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้นโดยส่วนมากแล้ว 99% นั้นอยู่ที่ตัวของคุณเอง เริ่มจากที่ตัวคุณเอง และในตัวตัวคุณนั้นต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานของนักออกแบบที่ดีด้วย เพื่อช่วยในการเริ่มต้นและปฎิบัติให้ถูกต้องตามที่สังคมยอมรับได้ ซึ่งมันจะมีอะไรบ้างนั้นลองมาดูกันครับ

คุณสมบัติของนักออกแบบ    ในการเป็นนักออกแบบที่ดี จะต้องมีความสามารถ และมีลักษณะนิสัยที่ช่วยให้การออกแบบมีคุณภาพ และประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมาย คุณสมบัติของนักออกแบบมีหลายประการ ซึ่งพอจะจำแนกออกได้ดังนี้

(continue reading…)

1 Comment : more...

Brooklyn’s Finest ตำรวจระห่ำพล่านเขย่าเมือง

by admin on ก.ค..28, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

 

Brooklyn’s Finest | เรื่องย่อ http://movie.sanook.com/movie/movie_17055.php

ภาพยนตร์แอ็คชั่นดราม่าเรื่องเยี่ยม ที่มีฉากหลังอยู่ในเขตบรู๊คลิน ทางทิศตะวันออกของมหานครนิวยอร์ค ย่านที่วุ่นวายจอแจที่สุดในเมือง โดยศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ เอ๊ดดี้ (ริชาร์ด เกียร์), ซาล (อีธาน ฮอว์ค) และ แทงโก (ดอน ชีเดิล) สามนายตำรวจผู้ยืนอยู่บนเส้นทางแห่งความรุนแรงและการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งพวกเขาต้องพยายามหาทางเอาชนะด้านมืดในตัวเองให้ได้ เอ๊ดดี้ผู้มีชีวิตคู่ที่ไร้สุข ออก แสวงหาหนทางปลดเปลื้องความทุกข์ด้วยการดื่มเหล้า และมีสัมพันธ์กับโสเภณีวัยรุ่นชื่อแชนเทล ระยะเวลาเจ็ดวันก่อนเกษียณอายุราชการของเขา จบลงด้วยเหตุการณ์ธรรมดาสามัญ เมื่อเขาถูกขอร้องให้เป็นผู้ฝึกฝนเจ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นใหม่ และภายในเจ็ดวันนี้เอง ที่เอ๊ดดี้พยายามค้นหาความหมายในชีวิตและหน้าที่การงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของตนเอง

(continue reading…)

Leave a Comment more...

แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

by admin on ก.ค..25, 2010, under เรื่องเล่าคืนนี้

 

แฟ้มสะสมผลงานมีไว้ทำอะไร? คนโดนสั่งให้ทำคงไม่รู้ เพราะว่าถ้ารู้คงจะทำ หรืออาจจะรู้แต่ขี้เกียจทำก็เป็นไปได้ ทำไมเราจะต้องทำแฟ้มนี่ด้วยเนี่ย มันเอาไปทำอะไรได้?  ใช้ทำอะไร? ทำไมครูที่โรงเรียนบังคับให้เราทำด้วย(เรื่องมาก -*- มีคนบ่นให้ได้ยิน)?  เสียเวลาอ่านหนังสือสอบมากๆเลย(ดูดีขึ้นมาเลย)?  ขี้เกียจทำ ไม่ต้องทำก็ได้มั้ง  แต่ที่จริงแล้วแฟ้มสะสมผลงานนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิดลองมาดูกันว่ามีประโยชน์อย่างไร

(continue reading…)

1 Comment more...

The A-Team เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย

by admin on ก.ค..25, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

 

เอ-ทีม หน่วยพิฆาตเดนตาย | เรื่องย่อ http://www.majorcineplex.com/movie_detail.php?mid=434
           ไม่มีทีมไหนแล้วที่จะเหมือน The A-Team หน่วยพิฆาตเดนตาย  ผู้ชาย 4 คนนี้มาพร้อมความสามารถที่สูงเกินขีดจำกัด และเป็นที่ยอมรับยกย่องของกองทัพ ในเรื่องของฝีมือที่เก่งกาจและความสามารถอันล้นเหลือของแต่ละคน ที่ช่วยให้รอดพ้นจากภารกิจเสี่ยงตายต่างๆ มาได้ โดยไม่ต้องเสียเหงื่อเพียงสักหยด จนกระทั่งพวกเขาถูกมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจลับที่มาพร้อมกับความอันตรายที่หักหลังพวกเขาตอนท้าย และตั้งใจปล่อยให้พวกเขาตายเป็นศพเน่าเปื่อยอยู่ในคุกบนฐานความผิดที่พวกเขาไม่ได้ก่อขึ้น ทำให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่หลังกรงขัง โดยไม่มีใครบอกพวกเขามาก่อนเลย

(continue reading…)

1 Comment more...

การจัด เรตภาพยนตร์ (Film Ratings)

by admin on ก.ค..24, 2010, under เรื่องเล่าคืนนี้

พอดีวันนี้ไปค้นรายชื่อหนังออกใหม่เพื่อหาหนังใหม่ๆดู เมื่อคืนดู สาระแนสิบล้อไป กับ The Sorcerer’s Apprentice ไปเมื่อตอนบ่ายๆ ก็ไปสังเกตุ เห็นเรตภาพยนตร์ หรือ Film Ratings ว่า ระหว่างของประเทศไทย กับของต่างประเทศ (สากล) เราใช้ไม่เหมือนกัน ทั้งการแบ่งประเภท รูปแบบการแบ่ง และสัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน พอดูของ สากลแล้วก็มาดูของไทยก็งงๆ นิดหน่อยว่าระดับเดียวกันไหมและหมายความว่าอย่างไร ก็เลยถือโอกาสนำมาลงไว้ที่นี่เลยเผื่อตัวเองและคนอื่นเข้ามาดูเปรียบเทียบบ้าง

การจัด เรตของภาพยนตร์ (Film Ratings) เป็นการจัดระดับตามตามเนื้อหาและฉากของ ภาพยนตร์ จุดประสงค์เพื่อกำหนดความเหมาะสม ของการเข้าชมภาพยนตร์สำหรับ เด็กและเยาวชน แต่ละประเทศมีลักษณะมาตรฐานวิธีจัดแบ่งแตกต่างกันไป ในปัจจุบัน ที่เป็นสากลและได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ มาตรฐานของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยเราจัดเรตภาพยนตร์ (Film Ratings) โดยกระทรวงวัฒนธรรรม ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ กฎกระทรวงประกอบพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ใน ส่วนการจัดเรตติ้งภาพยนตร์ออกเป็น 7 ประเภท โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะจัดทำสัญลักษณ์ไว้  6 สัญลักษณ์ (คือ เรต 1- เรต 6) ดังนี้ 

(continue reading…)

Leave a Comment more...

The Sorcerer’s Apprentice ศึกอภินิหารพ่อมดถล่มโลก

by admin on ก.ค..24, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

 

ศึกอภินิหารพ่อมดถล่มโลก | เรื่องย่อ (http://www.majorcineplex.com/movie_detail.php?mid=432)
          เรื่องราวความมหัศจรรย์ ความหฤหรรษ์ของเวทมนต์ เกิดขึ้นกลางใจเมืองแมนแฮตตัน ณ นครนิวยอร์ก เมื่อพ่อมดรายหนึ่ง (นิโคลัส เคจ) ตัดสินใจรับนักศึกษามหาวิทยาลัยรายหนึ่ง ที่ไม่เคยเชื่อในเรื่องความลี้ลับของมนตรา เข้ามาทำความสะอาดบ้านหลังหนึ่ง เพื่อถ่ายทอดเวทย์มนต์ที่ตนมี แต่เรื่องวุ่น ๆ ก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อมดปล่อยให้เด็กหนุ่มอยู่ตามลำพัง กับไม้กวาดพิเศษ ที่จู่ ๆก็กลับมามีชีวิตจิตใจเป็นของตนเองขึ้นมา…

(continue reading…)

1 Comment more...

การออกแบบสัญลักษณ์ (Logo)

by admin on ก.ค..22, 2010, under วิชาการปวดสมอง แต่ไอคิวเพิ่ม

โลโก้ต้องสื่อตัวตนได้
โลโก้ต้องเป็นที่จดจำ
โลโก้ต้องสื่อได้แม้ไม่ได้ใช้สีสัน
โลโก้ต้องสื่อได้แม้ขนาดเล็กๆ

ที่มา http://www.freelanceunited.in.th

การออกแบบสัญลักษณ์ (Logo)

การที่จะเริ่มทำธุรกิจฯ การที่จะเปิดทำการดำเนินกิจการอะไรๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการค้า เพื่อหน่วยงานราชการ เอกชน กระทรวง ทบวง กรม กอง องค์กรส่วนรวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน ฯลฯ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นที่จะต้องมีสัญลักษณ์ หรือ Logo ประจำตัว เพื่อเป็นการสื่อ เตือนความทรงจำ และทำให้เกิดผลด้านการสื่อความหมายต่อสาธารณชนได้ง่ายขึ้น

(continue reading…)

Leave a Comment more...

ความคิดสร้างสรรค์??? ถ้าไม่คิดก็ไม่ได้คิด ถ้าไม่คิดก็ไม่ได้ทำ ถ้าอยากจะทำต้องคิด

by admin on ก.ค..21, 2010, under วิชาการปวดสมอง แต่ไอคิวเพิ่ม

ก่อนอ่านบทความนี้ผมได้ไปเจอมา ที่ http://www.novabizz.com มีบทความดีๆมากมายเลยที่เดียวถ้าว่างก็ไปอ่านเพิ่มเติมได้ เลยนำมาลงไว้ให้อ่านกันครับ

Improving Your Creative Thinking Skills

เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีหนังสือเล่มหนึ่งที่เกรียวกราวพอสมควรชื่อว่า Parallel thinking หรือแปลเป็นไทยว่า ความคิดคู่ขนาน ของ Dr’ Edward de Bono ออกวางตลาด ต่อจากนั้น ดูเหมือนจะได้รับข่าวคราวเสมอเกี่ยวกับ การจะพัฒนาความคิด ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร ? มีการอบรมเรื่องของ Mind Mapping เพื่อสังเคราะห์ไอเดียต่างๆ ทำให้เห็นภาพว่า สังคมไทยมีความตื่นตัวในเรื่องนี้กันพอสมควร สำหรับความเรียงชิ้นนี้ เรียบเรียงขึ้นมาจาก และความคิดของผู้เขียน และจากบทความหลายชิ้นของ Melvin D. Saunders อย่างเช่น Improving Your Creative Thinking Skills, Creativity and Creative Thinking, How creative thinking technique works, Ways to kill and ways to help an idea เป็นต้น ซึ่ง Saunders เป็นอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานทางด้านนี้ ซึ่งจะกระตุ้นให้เรากล้าคิด ในหนทางที่แตกต่าง เช่น การใช้ความคิดจากมุมองที่ต่างออกไป คิดแบบทำลายกฎเกณฑ์เก่าๆ คิดแบบเล่นๆ หรือใช้จินตนาการทุกชนิด เพื่อทำให้เกิดความเป็นไปได้ และเขายังเสนอหนทางที่จะได้มาซึ่ง ความคิด หรือไอเดียใหม่ๆ อย่างเช่น ใช้วิธีการสุ่มต่างๆ เช่น การสุ่มด้วยภาพ การสุ่มด้วยคำ หรือกระทั่งการสุ่มด้วย Website (ลองเปิด website ที่ไม่เคยคิดว่าจะเปิดดูมาก่อน) รวมไปถึงการนำเอาไอเดีย ตั้งแต่สองไอเดีย ที่ไม่เคยรวมกันมาก่อน มาสังเคราะห์เข้าด้วยกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่มาของการได้มาซึ่ง ความคิดสร้างสรรค์

(continue reading…)

Leave a Comment more...

ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (LOGO) และคําขวัญ (MOTTO)

by admin on ก.ค..19, 2010, under วิชาการปวดสมอง แต่ไอคิวเพิ่ม

 

ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ (LOGO) และคําขวัญ (MOTTO)

สําหรับใช้ในการเผยแพรประชาสัมพันธ์สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมหาดไทย

(MAHADTHAI CHANNEL) ชิงเงินรางวัล 50,000 บาท

นักศึกษาทุกคนต้องส่งเข้าประกวด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.moi.go.th/image/images_new/praguard_1.pdf

Leave a Comment more...

Deadly Impact

by admin on ก.ค..18, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

Deadly Impact/สยบแผนวินาศกรรม ชนนรก
รายละเอียดเรื่อง ย่อ/Synopsis

เตรียมตัวให้พร้อมกับการปะทะกันอย่างระห่ำเดือด ในผลงานแอ็คชั่นทริลเลอร์สุดระทึก นำแสดงโดย ฌอน แพทริค ฟลาเนอรี่.(หนังแอ็คชั่นชุด ThefBoondock Saints).และ.โจ แพนโทลิอาโน่.(ThefMatrix และ.ซีรี่ส์ ThefSopranos).
ชีวิตของนาย ตำรวจหัวรั้น โธมัส อาร์มสตรอง ต้องพังเป็นเสี่ยงๆเเมื่อเขาตกเป็นเป้าที่ไร้ที่พึ่งของมือสังหารจอมวางแผน คนหนึ่ง เวลานี้เมื่อจอมวายร้ายกลับมาเพื่อสร้างความหวาดหวั่นให้คนทั้งเมืองอีก ครั้ง ด้วยเกมไล่ล่าที่สุดอันตราย โธมัสจึงต้องก้าวให้ล้ำแผนคนร้ายไปอีกหนึ่งขั้นเพื่อจับตัวมันให้ได้ และ.ช่วยชีวิตคนบริสุทธิ์อีกมากมาย

ได้คะแนน 5.4/10 จาก http://www.imdb.com/title/tt1082577/

ดูจบแล้วก็ขอให้คะแนนเหมือนเดิม
ความสนุก 8/10
เนื้อเรื่อง 7/10
การถ่ายทำ 7/10
การตัดต่อ 6/10
Effect 5/10
ความสร้างสรรค์ 5/10
ความคุ้มค่าในการดู เช่ามาดูในวันที่เครียดๆ ครับ สนุกดี

ความเห็นส่วนตัว เรื่องเล่าหลังจากดูแล้วไม่ spoil อ่านได้
จริงๆ แล้วสาม สี่วันที่ผ่านก็ดูหนังไปหลายเรื่องเหมือนกันแต่ดูแล้วก็แบบว่า ทนๆ ดูไปให้จบ หนังห่วยมากๆ หนังนี้พอที่จะนำมาเล่าให้ฟังได้บ้าง หนังเรื่องนี้ที่ผมชอบและนำมาเล่าก็เพราะว่า บทหนัง ถึงแม้ว่า บทจะเหมือนๆ หนังบู้ทั่วๆไป แต่เรื่องนี้สะกิดใจผมตั้งแต่ฉากแรก มันทำให้ผมคิดตามหนังไปเลยว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไง ตัวร้าย ก็ร้ายได้สมจริงดี และการวางแผนของหนังก็แยบยลน่าสนใจบทต่อเนื่องและมีอะไรใหม่ๆให้ดูเสมอ สนุกๆ ดูแล้วเพลินดี สิง่ที่ได้จากหนังนอกเหนือจากความสนุกแล้วก็คงเป้นเรื่องของการดำรงชีวิตและใช้ชีวิตของตัวละครในบทต่างๆ อารมณืของตัวละคร ถึงจะมีบางตอนที่ค่อนข้างเวอร์ไปหน่อยแต่อยู่ในระดับที่รับได้ Effect ไม่ต้องพูดถึง ค่อนข้างห่วยเลย…. ความสร้างวรรค์ นอกจากฉากแล้วมองไม่เห็นอะไรเลย แล้วก็คะแนนของ imdb ก็ออกมาห่วยมากๆ 5.4 ฮ่าๆๆๆ แต่ผมชอบนะ

สรุป เช่ามาดูเพื่อความบันเทิงครับคุ้มค่าเงิน ดูแล้วแนะนำให้ดูเรื่องนี้ต่อเลย Unthinkable/ล้วงแผนวินาศกรรมระเบิดเมือง หนังระดับเดียวกัน แต่เรื่องหลังนี้ต้องระวังหน่อยนะครับเพราะว่า 18+ มันสมจริงจนโหดมากๆ ส่วนหนังที่เพิ่งดูแล้วห่วยจนต้องขอบอกต่อคือ stark raving mad

Leave a Comment more...

Edge of Darkness มหากาฬล่าคนทมิฬ

by admin on ก.ค..17, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

 

มหากาฬล่าคนทมิฬ | เรื่องย่อ http://www.majorcineplex.com/movie_detail.php?mid=450
 
          โธมัส คราเวน (เมล กิบสัน) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนคดีฆาตกรรมของบอสตันมาหลายปี ชีวิตของเขามีเพียง เอ็มมา  (โบจานา โนวาโควิก) ลูกสาววัย 24 ปีเพียงคนเดียว แต่แล้ว เอ็มมา  ก็ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่หน้าบ้านของโธมัส เอง ตอนแรกโธมัส  คิดว่ากระสุนนั้นหมายที่จะเอาชีวิตเขา แต่ในไม่ช้าเขาก็พบหลักฐานบางอย่าง ที่ทำให้ตัวเองต้องเริ่มตั้งคำถามใหม่

          โธมัสตัดสินใจตามล่าหาตัวผู้รับผิดชอบความสูญเสียของเขาครั้งนี้ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงกับอะไรก็ตาม จากเบาะแสสู่อีกเบาะแส จากพยานสู่อีกพยาน ทุกอย่างนำทางให้โธมัสเดินทางเข้าสู่ด้านมืดของข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับบริษัทค้าอาวุธ เขาได้พบกับมือปืนรับจ้างของรัฐบาล ดาริอุส เจ็ดเบิร์ก (เรย์ วินสโตน) ที่มีหน้าที่เก็บกวาดและอำพรางหลักฐาน และเขาได้ล่วงรู้ว่าลูกสาวของตัวเองเข้าไปพัวพันอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอถูกเก็บ

          ในขณะนั้น จุดมุ่งหมายเดียวของโธมัส คือการทำให้ผู้รับผิดชอบต่อการตายของเอ็มมาต้องชดใช้ และนั่นจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของโธมัสต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

ได้คะแนน 6.7/10 จาก  http://www.imdb.com/title/tt1226273/

ดูจบแล้วก็ขอให้คะแนนเหมือนเดิม
ความสนุก 7/10
เนื้อเรื่อง 7/10
การถ่ายทำ 6/10
การตัดต่อ 6/10
Effect 6/10
ความสร้างสรรค์ 6/10
ความคุ้มค่าในการดู เช่ามาดูก็พอครับ

ความเห็นส่วนตัว เรื่องเล่าหลังจากดูแล้วไม่ spoil อ่านได้
เมล กิบสัน หลังจากหายไปนาน (ก็อายุขนาดนี้แล้ว) ก็กลับมารับบทบาทบู้ล้างผลาญอีกครั้งแม้วัยจะสูงมากๆจริงๆ ตามเรื่องย่อหนังเป็นสไตลืดูเพื่อความบันเทิงล้วนๆ การเล่าเรื่องผูกเรื่องไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น แม้กระทั่ง Effect ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้จากหนังทุนสูง คือเรื่องของฉากต่างๆ ที่มีความปราณีตในการบรรจงสร้างขึ้นมาตามทุนที่มีอยู่เยอะทำให้หนังดูแล้วไม่สะดุดตาในความไม่สมจริง ทุกอย่างลงตัว แต่ก็ไมได้ช่วยอะไรมาก ตามสไตล์หนัง ตามล่าล้างแค้น สืบสวน และยิงกัน ดูได้ความบันเทิงดีครับ

สรุป เช่ามาดูได้เลยครับตามสไตลืหนังบันเทิงระเบิดภูเขาเผากระท่อม นี้ถ้าไม่มี เมล กิบสันมาช่วย คงจะจืดไปเยอะเลย ป๋าแกยังมีไฟอยู่

Leave a Comment more...

ไอเดียมาจากไหนว้า….

by admin on ก.ค..16, 2010, under เรื่องเล่าคืนนี้

 

ปัญหาของนักออกแบบที่ทุกท่านประสบกันมากที่สุดคือ วิธีการหาไอเดียใหม่ๆ เจ๋งๆ เข้าท่าๆ ยิ่งถ้าเจอแบบ เร่งรัด ให้คิดได้ในบัดดลแล้วยิ่งไปกันใหญ่ …ไอเดีย มันเกิดมาจากอะไร มันจะมาตอนไหน แล้วจะหาไอเดียได้อย่างไร วันนี้ ผมจะมาลองเล่าให้ฟัง เผื่อมีประโยชน์บ้าง…

ไอเดีย (IDEA) แปลกันตรงๆ ก็หมายถึง ความคิด ผมจะเรียก สิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่หรือกำลังจะแสดงออก ณ บัดนั้น ว่า ไอเดีย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะแสดงออกมาในรูปแบบใด จะดีรึว่าเลวก็จะเรียกว่าไอเดีย

เช่น “ผมกำลังจะนอน แต่ผมคิดว่าดูหนังก่อนนอนสักเรื่องดีกว่า”  แบบนี้เป็นต้น

นี่คือรูปแบบของสิ่งที่เรียกว่าไอเดียโดยทั่วไปแบบปกติ แต่ในชีวิตของนักออกแบบไอเดียนั้นมีความสำคัญมากกว่ารูปแบบปกติทั่วไป เพระอะไร นั้นก็เพระว่าไอเดียของนักออกแบบ ต้องมีสิ่งที่ใหม่ สด แตกต่างจากรูปแบบปกติทั่วไป ไม่งั้นเราก็คงเรียกตัวเองว่านักออกแบบไม่ได้

เช่น “ผมกำลังจะนอน แต่ผมคิดว่าดูหนังก่อนนอนสักเรื่องดีกว่า” แต่ “เอะก่อนนอน ก่อนดูหนัง ผมคิดว่าวันนี้ผมเครียดมาเยอะทั้งวัน วันนี้ดูหนังตลกสักเรื่องดีกว่าจะได้อารมดี คลายความเครียดเพื่อจะได้หลับสบายๆ” แบบนี้เป็นต้น

อันนี้แสดงให้เห็นถึง การใช้ความคิดหรือที่เราเรียกว่า ไอเดีย ในการกลั่นกรอง วิเคาระห์และเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสภาพที่เป็นอยุ่ ณ ปัจจุบัน แต่…..อันนี้ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่คนทั่วไปอาจจะคิดได้และถือว่ายังไม่ใช่ไอเดียที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไป นักออกแบบต้องคิดให้ได้ลึกซึ่ง ถ้วนถี่และกรั่นกรองอย่างละเอียด เพื่อหาข้อสรุปและผลของสิ่งที่ทำอย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายในผลของมันตามความต้องการหรือผู้อื่นต้องการ

เช่น “ผมกำลังจะนอน แต่ผมคิดว่าดูหนังก่อนนอนสักเรื่องดีกว่า” แต่ “เอะก่อนนอน ก่อนดูหนัง ผมคิดว่าวันนี้ผมเครียดมาเยอะทั้งวัน วันนี้ดูหนังตลกสักเรื่องดีกว่าจะได้อารมดี คลายความเครียดเพื่อจะได้หลับสบายๆ”  แต่ “เอะแล้ววันนี้ผมเครียดเรื่องอะไรว้า อ้อ เรื่องที่ผมเครียดคือผมไม่สามารถบอกให้นักศึกษาทำความสะอาดห้องและเก็บกวาดห้องให้สะอาดได้ อ้าวทำไมถึงเป็นนั้นว้า ทำไมเค้าถึงไม่ฟังเราในการขอให้ทำความสะอาดในสิ่งที่เค้าทำเละได้ว้า แล้วทำไมเค้าถึงได้ทิ้งขยะลงบนพื้นห้องเรียนที่เป็นของพวกเค้าเรียนเอง โดยไม่คิดว่าถ้าไม่มีคนใดเก็บสักคนห้องมันก็จะสกปรก รกและไม่น่าเรียน ผมจะทำไงดีให้พวกเค้าเปลี่ยนความคิดได้ อ้อ งั้นหาหนังที่สอดแทรกความคิดเรื่องรักสิ่งของและช่วยเหลือซึ่งกันและกันดูซัก 2-3 เรื่องดีกว่า เผื่อจะได้นำไปใช้ได้ หรืออาจจะเอาไปให้นักศึกษาดูเลย เผื่อจะได้ความคิดดีๆไปบ้าง งั้น ลองค้นดูสัก 2-3 เรื่องแล้วนอนดูดีกว่า” แบบนี้เป็นต้น

ดั่งตัวอย่างที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า กระบวน การคิด (ไอเดีย)  นั้น ถ้าเราคิดด้วยเหตุและผล มีวัตถุประสงค์ รวบรวมข้อมูล กำหนดเป้าหมาย คาดหวังผลที่ต้องการ และนำไปใช้ อย่างละเอียดละออ มันก็จะเกิดประโยชน์มีคุณค่าและใช้งานได้จริง อย่างลงตัว แทนที่จะ ง่วง จะนอน ดูหนัง หลับ ผมก็จะได้ เครียด ง่วง จะนอน ดูหนัง หนังตลก คลายเครียด  หาสิ่งคลายเครียด ได้แง่คิดจากหนัง หลับ นำไปทดลองใช้ เกิดผลที่คาดหวัง ตรงตามเป้าหมาย เกิดประโยชน์สูงสุด แบบนี้ เห็นไหมครับ ได้อะไรอีกเยอะมากมายเลย

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการออกแบบ แน่นอนครับเกรินไปแล้ว การออกแบบ ต้องทำให้ได้ตามสิ่งที่ เรา (อาจหมายถึง ตัวเรา และ ลูกค้า) ต้องการ ฉะนั้นเมื่อเริ่มออกแบบเราต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง เน้นว่าถูกต้อง ถ้าผิดพลาดตั้งแต่ข้อมูล ก็จะทำให้เสียกระบวนไปตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มออกแบบเลย เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ทั้งจากตัวเรา ลูกค้า สิ่งต่างๆรอบตัว ผมก็จะเริ่มการ คิดเหตุและผล ถ้าทำงานเป็นกลุ่ม จังหวะนี้ก็จะเกิดการระดมความคิด (ไอเดีย) ของแต่ละคน คนนึงเสนอ(เหตุ) คนอื่นๆวิเคาระห์ และหาคำตอบ (ผล) ถ้าเหตุและผลไปด้วยกันได้ ก็จะเรียกว่า นี่คือไอเดียขั้นต้นแล้ว เมื่อได้ไอเดียขั้นต้นมาแล้ว ก็ต้องผ่านกระบวนการ กำหนดเป้าหมาย คาดหวังผลที่ต้องการ และนำไปทดลองใช้ ก่อนใช้งานจริง กระบวนการนี้อาจจะงงๆไปสักหน่อย จะยกตัวอย่างให้เห้นชัดขึ้น เช่น

“วันนี้ผมให้นักศึกษาออกแบบโลโก้ของ ช่องของกระทรวงมหาดไทย ที่เพิ่งออกอากาศและจัดกิจกรรมประกวดโลโก้อยู่ มีนักศึกษอยู่ 22 คน ก็ให้ออกแบบ Main idea ของแต่ละคนมาให้ได้ก่อน ก่อนที่จะนำไป Develop เป็น Idea Sketch หลายๆรูปแบบ แต่ละคนก็ออกแบบมาโดยไม่ถามเพื่อนหรือคนรอบข้างเลยเขียนอะไรได้ก็จะใส่มาเลยแล้วเอามาให้ผมดูว่าดีหรือไม่ดี ซึ่งก็จะค่อนข้างไปในรูปทางเดียวกันหมด คือคล้ายๆกัน โดยไม่ได้ค้นข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนเลย เมื่อไม่ผ่านและได้รับคำแนะนำไปก็จะไปเริ่มต้นกันใหม่ คิดใหม่รวบรวมข้อมูลใหม่ โดยข้อมูลที่เสริมให้ไปคือ การให้ไปดูว่าช่องนี้เค้าทำอะไร ถ่ายทอดอะไร เรื่องราวเป็นอย่างไง เนื้อหาสาระเกียวกับอะไร เป็นของใคร และเค้าทำมาเพื่ออะไร เมื่อมองเห็นสิ่งที่ติเติยนไป (บางคนไม่เข้าใจก็จะเถๆไป)  เมื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแนวความคิดเข้าที่เข้าทางแล้วก็จะจับหลักถูกว่าจะไปทางไหนและเริ่มที่จะสร้างผลงานที่ดีออกมา หลังจากได้ใช้ความคิดในการกลั่นกรองมาแล้ว” แบบนี้เป็นต้น

จึงสามารถมองเห็นได้ว่า ไอเดียที่ ผมและท่านๆ กำลังหาอยู่นั้น จริงๆ มันก็คือ ความคิดที่ผ่านการกลั่นกรองหาเหตุและผลที่ถูกต้อง มีการวิเคาระห์ สรุป รวบรวมข้อมูล และพัฒนา จนได้ ความคิดที่รวบยอด มีความหมายและเนื้อหาสาระที่ตรงต่อความต้องการของทุกคน และนำความคิด (ไอเดีย) นั้นไปสร้างเป็นผลงานออกมา

หลังจากขั้นตอนนี้เราถึงค่อยเริ่มสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบมาให้สวยงามและตรงตามความคิดหลัก main idea นั้นเอง หรือที่เราเรียกว่า I do ฉันทำได้ ต่อไป……

Leave a Comment more...

Daybreakers วันแวมไพร์ครองโลก

by admin on ก.ค..15, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

วันนี้ก็นั่งมองกองหนังตั้งนานว่าจะดูเรื่องอะไรดี ก็เหลือบไปเห็นหนังเรื่องนี้วางอยู่ที่วางซ้อนๆกันไว้ก็เลยหยิบมาดู

วันแวมไพร์ครองโลก | เรื่องย่อจาก  http://www.majorcineplex.com/movie_detail.php?mid=387
¦lt;br />           เรื่องราวเกิดขึ้นใยอนาคตปี 2019 ที่มนุษย์ส่วนใหญ่กลายเป็นแวมไพร์กันเกือบหมด และกำลังพบกับหายนะเมื่ออาหารหรือมนุษย์กำลังร่อยหรอลง ความโกลาหลจึงเกิดขึ้น แวมไพร์ฆ่ากันเองเพื่อแย่งอาหาร เอ็ดเวิร์ด (อีธาน ฮอว์ค) แวมไพร์นักวิทยาศาสตร์ ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเลือด และกำลังทดลองเพื่อหาแหล่งอาหารใหม่ให้กับแวมไพร์  

ได้คะแนน 6.6/10 จาก http://www.imdb.com/title/tt0433362/

ดูจบแล้วก็ขอให้คะแนนเหมือนเดิม
ความสนุก 6/10
เนื้อเรื่อง 7/10
การถ่ายทำ 7/10
การตัดต่อ 6/10
Effect 9/10
ความสร้างสรรค์ 9/10
ความคุ้มค่าในการดู เป็นหนังที่น่าดูครับไม่จำเจ

ความเห็นส่วนตัว เรื่องเล่าหลังจากดูแล้วไม่ spoil อ่านได้
ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ดูเรื่องนี้จนต้องนำมาเล่า เพราะว่าหนังบางเรื่องถ้าห่วยมากๆ ก็จะไม่มาลงให้เสียอารมณ์ แต่เรื่องนี้ผิดคาดครับ เปิดเรื่องขึ้นก็ทำให้ผมอิ่งไปพักหนึ่งกับแนวความคิดในการดำเนินเรื่องของเค้า ซึ่งถ้าอ่านเรื่องย่อมาแล้วก็คงจะพอเข้าใจ แต่โดยส่วนมากในการดูหนังผมจะไม่อ่านเรื่องย่อก่อน เพราะรู้สึกว่าทำให้เสียรสชาติในการชมไปเยอะเลย รวมถึงหนังตัวอย่างด้วย  เรื่องนี้ตอนแรกก็เดาไว้ว่าน่าจะเกี่ยว แวมไฟร์ (เยอะจริงๆช่วงนี้ทำเอาน่าเบื่อไปเลย) ก็เลยไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่จากเนื้อเรื่องที่ดูแล้ว มันทำให้ทึ่งคนเขียนบทจริงๆ  สามารถสร้างแนวความคิดจากจุดเล็กๆ ของเรื่องและทำให้สร้างหนังได้มาทั้งเรื่องเลยโดยใช้การมองต่างมุมหรือที่ผมเรียกว่ามองมุมกลับไปอีกด้าน การดำเนินเรื่องโดยส่วนมากก็ตามสไตล์หนังทำเงิน ทำออกมาเอาใจคนดูสนุกและลุ้นไปเรื่อยๆ  Effect ในเรื่องนี้ต้องขอบอกเลยว่า โอเคเลย และ ติด Rate 18+ เพราะว่าทำได้สมจริงมาก พลาดเลยผมดันดูไปด้วยระหว่างทานข้าวทำให้ทานไม่ลงไปเลยที่เดียว สมจริงมาก และชวนแหวะจริงๆ การตัดต่อในการสร้างฉากตื่นเต้นๆ ยังถึงว่าสอบไม่ผ่าน ใช้มุมกล้องแบบกว้างทำให้ธรรมดาไป แต่อาจจะเป็นความตั้งใจของเค้าเองก็ได้ ความคิดสร้างสรรค์ในการ Design รถ ฉาก และเมือง ตึก โอเคมากเลยครับ ยิ่งผสมกับเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ทำให้ผมนั่งดูจนจบได้เลย อะไรเล็กๆน้อยๆก็มองข้ามมันไป

สรุป เรื่องนี้ดูได้เลยครับ สนุกและไม่จำเจกับหนังในตลาด ได้แง่คิดดีๆ และสอดแทรกสัจธรรมไว้ในหนังด้วย (ถ้ามองเห็น) น่าดูแต่ไม่ค่อยมีคนดูเพราะว่า ดาราไม่ดังชวนดูเลย เหอๆๆ

Leave a Comment more...

ทุกวันมีสิ่งใหม่ๆเสมอถ้าเหลียวมองมันสักหน่อย..

by admin on ก.ค..14, 2010, under เรื่องเล่าคืนนี้

ยุคนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีจริงๆ ถึงแม้คุณจะอยู่ในอาชีพอะไร วงการอะไร เรียนอะไร เหลือแม้แต่ยากดีมีจนอย่างไงก็ตาม คุณก็ต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน

ในสมัยจบมาใหม่ๆ แรกๆ ผมก็เริ่มทำงานเลยด้วยความที่กำลังใจแรง จริงๆก็เรียกว่าทำงานมาตั้งแต่ระหว่างเรียนแล้วล่ะ แต่ที่เรียกว่าทำงานแลกเงินจริงๆ ต้องหลังจากจบ ระหว่างเรียนผมไม่เคยเข้าใจเลยว่า ศิลปะ คืออะไร นอกจาก ความหมายที่มีให้อ่าน จำ หรือว่าพูดๆตามเค้ามา ผมมาเข้าใจจริงๆก็หลังจบมานานพอสมควรและเข้าใจกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงไม่สิ้นสุด สมัยเรียนผมทั้งวาด อ่าน เขียน ถ่ายภาพ ประดิษฐ ปั้น สร้างและรื้อ เพระว่าผมเรียนจิตรกรรมมา จนมาถึงระดับ ปวส ถึงมองทางของตัวเองออก ว่าอยากทำงานทางด้านการ Design เลยไปต่อนิเทศศิลป์ ในช่วงที่ไปเรียนตอนแรกๆ ผมยังจำได้แม่นเลย คือผมเป็นเด็ก ต่างจังหวัดเข้าไปเรียนเมืองกรุง แถมเข้าไปในระดับ 2 ปีหลังอีกตั้งหาก ผลงานผมช่วงแรกๆ ผมใช้วิธีการแบบจิตรกรรม คือ วาดเอง ลงสีเอง และเมื่อไปส่งในชั่วโมงเรียนนั้น ก็กลายเป็นว่าผมคือ แกะดำของห้อง เพราะว่าอะไรหรือครับ ก็เพระว่า คนอื่นๆ นั้น เค้าใช้คอมพิวเตอร์ทำมาส่งกันทั้งนั้นเลย (งานชิ้นแรกที่ส่งคือ การทำ artwork ของตัวหนังสือ) พอตอนส่งอาจารย์มีคนหัวเราะงานของผมด้วยซ้ำ และยิ่งกว่านั้นคือ แม้แต่ตัวอาจารย์เองก็มองงานของผมด้วยสายตาแปลกๆ แล้วพูดมาว่า “สมัยนี้เค้าใช้คอมพิวเตอร์ออกแบบกันแล้วเนอะ” ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะไม่ใช่ผมคนเดียวที่ส่งงานแบบวาดมา มีคนอื่นอีก 5-6 คนจากเด็กเกือบ 50 คน แต่คนอื่นๆก็ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์มาส่งทั้งนั้น วันรุ่งขึ้นผมตัดสินใจของเงินแม่ ซื้อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ซึ่งในตอนนั้นราคามันแพงมากๆ แพงระดับซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ 2 คันเลยที่เดียว (เกือบๆ 60,000 บาท) ไม่รู้ว่าแม่หาเงินมาได้อย่างไร ทั้งๆที่มอเตอร์ไซค์ที่บ้านยังไม่มีสักคันเลยด้วยซ้ำ รถเก๋งก็ไม่มี เงินเดือนก็แค่ หมื่นหน่อยๆ ไหนจะค่าใช้จ่ายผมอีกอาทิตย์ละหลายพันเลยที่เดียว ต่ำๆก็ 2000-3000 บาท มาคิดถึงตอนนั้นแล้ว (10 ปีที่ผ่านมา) ผมใช้เงินของแม่ไปมากมายมหาศาลเลยจริงๆ จนทุกวันนี้ผมอายุ 30 แม่ผม 63 เข้าไปแล้วผมยังใช้คืนแม่ไม่หมดเลยมีแต่จะใช้เพิ่ม

แล้วมันเกี่ยวไรด้วยละเล่ามาซะยาว ก็ตั้งแต่ผมได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกมา ใช้ก็ไม่เป็น เรียนก็ไม่เคยเรียน การเรียนระบบมหาลัยเค้าไม่สอนการใช้งานคอมพิวเตอร์กันนะครับใครเรียนคงรู้ เค้าจะสอนกันเรื่องความคิด การสร้างสรรค์ และการทำงานที่ถูกต้อง ตามระบบของสายวิชาที่เราเรียนเท่านั้น ไม่มีมาบอกว่า เครื่องมือนี้ทำไร จะทำอย่างนี้ทำไง อย่างโน่นทำไง เค้าจะมาพูดเรื่องแนวความคิดและการสร้างแรงบันดาลใจ ขั้นตอนและวิธีการสร้างงานเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่า เมื่อเรามีปัญหาในการทำงานแล้วเราจะไปปรึกษาไม่ได้ ปรึกษาได้ครับเพียงแต่ไม่ใช่ไปทำถามว่าทำอย่างไง ถามในสิ่งที่เราทำแล้วสงสัย ถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจเวลาทำงาน หรือแม้กระทั่งถามว่างานที่ทำอยู่ดีหรือไม่ดี แล้วเราก็จะได้คำตอบที่ดีมาทำงานต่อถึงแม้ว่ามันจะมาในรูปแบบใดก็ตาม และด้วยสิ่งที่เจอมากับเพื่อนๆรอบข้างมันทำให้ผมมีแรงกระตุ้นในการแข่งขันกับเค้าและก้าวขึ้นมายืนได้ในระดับที่เท่าเทียมกัน วัดจากคะแนนที่ได้จากผลงาน ถึงแม้ใครจะบอกว่า คะแนนระหว่างเรียนนั้นมันใช้ไม่ได้กับชีวิตตอนทำงาน แต่ผมก็คิดต่างไปจากเค้าที่ว่า นี่ล่ะคือการประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานแบบจำลองระหว่างเรียน ผมถือว่าผมทำสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แล้ว

หลังจากได้ลองหัดทำและเรียนรู้การใช้งานของมันจนเข้าใจในระดับหนึ่ง ผมก็เริ่มสร้างสรรค์งานจากคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์สมัยนั้น ระบบ internet ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก (ยุค windows 98) กล้องดิจิตอลก็ยังไม่มี ในการสร้างสรรค์งานแต่ละครั้งของยุดนั้น จึงเป็นการสร้างสรรค์งานอย่างแท้จริง คือเราต้องการอะไรก็หามาใส่ในคอมพิวเตอร์เราโดยตรง เช่น ตรงการรูป แก้วน้ำใส่น้ำสีแดงกับแก้วน้ำใส้น้ำสีเขียววางอยู่คู่กัน เราก็ต้องถ่ายรูปล้างฟิลม์นำไปสแกนเข้าคอมพิวเตอร์และค่อยออกแบบตบแต่งงานอีกที งานจะสวยไม่สวยอยู่ที่ว่าเราถ่ายภาพมาได้ดีหรือเปล่า การมาตบแต่งในคอมพิวเตอร์นั้นเป็นส่วนเล็กน้อยแค่นั้นเอง เช่น ใส่ตัวหนังสือ ใส่โลโก้ ตัดส่วนเกินแค่นั้นเอง งานที่ออกมาแต่ละชิ้นเลยมีชีวิตชีวาและเป็นงานต้นแบบอย่างแท้จริงเพราะว่าไม่มีซ้ำใครแน่นอน เปรียบเหมือนงานศิลปะชิ้นนึงเลยที่เดียว ระบบการทำงานสอนให้เรารู้จักวางแผนการทำงาน การ Design ในกระดาษก่อนจะลงมือทำงานจริงหลายๆแบบเพื่อ หาสิ่งที่ดีที่สุด หรือที่เรียกว่า Idea sketch นั้นเอง เพราะว่าอะไรรึครับ เพราะว่างการลงมือทำงานจริงนั้นมันมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทั้งต้นแบบที่จะถ่าย ทั้งฟิลม์ทั้งล้างทั้งอัด ค่าไฟ จะมีไม่เสียเงินคือ  Idea ของเรานั้นเอง งานในยุคนั้นๆ จึงออกมาดีมากๆ ดูได้จากการ Design ของสื่อต่างๆในสมัยนั้น

และเมื่อใช้งานจนคล่อง ผมก็หลงระเริงไปกับความเป็นเซียน CG เพราะมั่นใจว่าตัวเองสามารถใช้งาน ทำงานได้ทุกอย่างทุกโปรแกรม และเก่งกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ จนจบการศึกษามาด้วยความมั่นใจ และเริ่มไปทำงานจริงๆ ในช่วงของการทำงานเบื้องหลัง ผมได้พบเจอกับรุ่นพี่หลายๆท่าน ซึ่งแต่ละคนก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถและความรู้ และใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่เป็นเลย ผมก็เลยได้เข้าไปทำงานด้วยความรวดเร็วจากความสามารถด้านคอมพิวเตอร์  พอทำงานไปได้สักพักหนึ่ง ผมได้เห็นงานต่างๆ ของพวกรุ่นพี่ ที่เค้า วาดมาจากมือล้วนๆ และสวยมากด้วย มันทำให้ผมมองหยุดคิดและมองกลับไปว่า ถ้าไม่มีคอมพิวเตอร์แล้วผมจะสามารถทำงานกับเค้าได้ไหม ถ้าไฟดับแล้วผมต้องส่งงาน สามารถวาดแทนได้ไหม ถ้า windows เกิดล่มขึ้นมาผมจะทำอย่างไง

มันก็เลยย้อนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งคือการสร้างสรรค์งานอย่างมีคุณภาพและระบบด้วยการ Design จากมือก่อนและผมก็ยึดแนวความคิดนี้มาตลอดถึงแม้ว่าการวาดของผมจะไมได้เรื่องเท่าคนเก่งๆ แต่ผมก็สามารถรวมรวบระบบความคิดของตัวเองได้เป็นอย่างดี และในปัจจุบันผมกลับมองว่า คอมพิวเตอร์ทำให้นักออกแบบรุ่นใหม่ทำงานอย่างฉาบฉวย มักง่าย และไร้ระบบการกลั่นกรองความคิด การสร้างงานหนึ่งชิ้น อยากได้รูปอะไรก็ค้นเอาใน internet อยากได้รูปกล้วยไข่ค้นเจอก็เอามาทั้งอย่างงั้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นกล้วยหอมก็ตาม เพระว่าอะไรรึครับ เพราะว่ามันเจอมาแบบนั้นจะให้ทำไง แล้วค่อยมาปรับให้เข้ากับงานของตัวเองบางที่ถึงขั้นเปลี่ยนความคิดงานของตัวเองไปเลยว่าใช้กล้วยหอมแทนเพราะว่าไม่มีรูป เรื่อง copy เค้ามาก็อีก เคยได้ยินถึงขั้น copy ไปเถอะไม่มีใครรู้หลอก ครับคนอื่นอาจจะไม่รู้แต่ตัวเองรู้ตัวของตัวเองอยู่แล้วว่าสามารถเอางานนั้นใส่เข้าแฟ้มด้วยความภาคภูมิใจได้ไหม พอว่มีคนติ คนวิจารณ์ก็โกรธและยกเหตุผลมาด้วยความมักง่ายว่าทำได้แค่นี้จะให้ทำไง แทนที่จะเปลี่ยนความคิดว่าเราไม่ได้ซื่อสัตย์กับตัวเองและพัฒนาการทำงานให้ดีกว่าเดิม ทำให้หมดสนุกกับการสร้างสรรค์งานเพราะว่าเอาแต่จับจ้องอยู่กับคอมพิวเตอร์ ไม่เคยแม้แต่จะสร้างงานขึ้นมาเองด้วยการถ่าย การวาด ทำสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ มั่วแต่งมอยู่ในจอคอมพิวเตอร์และ internet ไม่เคยเหลียวไปมองรอบๆตัว ว่ามันมีอะไรมากกว่าในจอคอมพิวเตอร์เยอะที่จะช่วยให้เราพัฒนาความคิด พลังความสร้างสรรค์ และการเอาชนะตัวเองได้เลย และในทุกๆวันก็มีคนรุ่นใหม่เรียนคอมพิวเตอร์ตามมาอีกเรื่อยๆ

เลิกเสียเถอะครับกับความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกคิดว่าเก่ง คิดว่าทำถูกแล้ว ทำได้แค่นี้ หรือทำไม่ได้ตลอดเวลาโดยไม่รับอะไรใหม่ๆเข้าไปบ้างเลย ยังมีอะไรให้ค้นคว้า ศึกษาและเรียนรู้นอกจอคอมพิวเตอร์เสมอ  ปรับปรุงพัฒนาและยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง ขยันทำงานและอย่าโทษว่าไม่มีเวลา คนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากันเพียงแต่จะใช้งานมันอย่างไงให้มันได้ประโยชน์มากกว่าคนอื่นที่สุด มันจะได้สนุก มีความสุข และภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง…..นะครับคุณนักออกแบบในอนาคต

Leave a Comment more...

Predators มหากาฬ พรีเดเตอร์ส 2010

by admin on ก.ค..14, 2010, under ประกาศนียบัตร-เกียรติบัตร

มหากาฬ พรีเดเตอร์ส | เรื่องย่อ (ข้อมูลจาก http://www.majorcineplex.com/movie_detail.php?mid=361 )
          เอเดรียน บรอดี้ (จาก The Pianist) นักแสดงหนุ่มเจ้าของรางวัลออสการ์รับบท ร้อยซ์  ทหารรับจ้างที่จับพลัดจับผลูเข้ามานำทัพนักรบมือหนึ่ง หลังจากรับภาระกิจแล้วจึงได้ตระหนักว่า พวกเขามาร่วมงานด้วยกันบนดาวที่เต็มด้วยเหล่าเอเลี่ยนส์ ในฐานะ… เหยื่อ

          ถ้าไม่นับรวมแพทย์ไร้จรรยาบรรณแล้ว ทุกคนล้วนเป็นนักฆ่าเลือดเย็นมาร่วมงานกันโดยแท้ ทั้งทหารรับจ้าง, ยากูซ่า, นักโทษ, และหน่วยล่าค่าหัวจับตายสถานเดียว ซึ่งครั้งหนึ่งทุกคนเคยเป็น “นักล่า” แต่ตอนนี้กลับกำลังตกที่นั่งลำบากกลายเป็น ผู้ถูกล่า และถูกกำจัดไปรายแล้วรายเล่าโดยเหล่าพรีเดเตอร์สายพันธุ์ใหม่

ได้คะแนน 7.4/10 จาก http://www.imdb.com/title/tt1424381/

ดูจบแล้วก็ขอให้คะแนนเหมือนเดิม
ความสนุก  9/10
เนื้อเรื่อง 8/10
การถ่ายทำ 7/10
การตัดต่อ 7/10
Effect 8/10
ความสร้างสรรค์ 8/10
ความคุ้มค่าในการดู  เป็นหนังที่ควรดูและสะสมครับ

ความเห็นส่วนตัว เรื่องเล่าหลังจากดูแล้วไม่ spoil อ่านได้
หนังเรื่องนี้เป็นภาคต่อที่คิดว่าคงจะไม่ได้ดูอีกแล้วเพราะว่า มันหมดมุขสำหรับ Predators ไปแล้วแต่ไม่น่าเชื่อ ก็มีคนคนคิดภาคต่อออกมาจนได้และน่าดูด้วย (ไม่เหมือนหนังภาคต่อเรื่องอื่นๆที่ ออกมาแล้วบรมห่วย เช่น เจสัน X)

หลังจากเอา Predators ไปเล่นกับ Alien มา 2 ภาคก็งงๆไป และเกือบตกม้าตายกับลูกผสมของ 2 เผ่านั้น ก็มีภาคใหม่ Predators 2010 ออกมาให้คอหนังสัตว์ประหลาดแบบผมได้ดูต่อไป เรื่องนี้ก็ตามเรื่องย่อเลยครับ ผูกเรื่องจนได้อีก 1 ภาค และไม่รุ้ว่าจะมีต่ออีกไหม การเล่าเรื่องและการเปิดตัวของที่มาของแต่ละคน ผู้สร้างพยายามนำเสนอแบบสอดแทรกไปเรื่อยๆ  บุคลิกของแต่ละคนก็น่าสนใจ บางครั้งก็ยัดเยียดเข้ามา ทำให้น่าดูเข้มข้นขึ้นมาอีกหน่อย และเนื้อเรื่องก็น่าดูเลยที่เดียว อาจจะมีบ้างบทสะดุดบ้างก็มองผ่านๆไป ความบันเทิงสนุกและลุ้นระทึกดี  Effect แน่นอนก็ยังคงทำได้ดีเสมอต้นเสมอปลาย แม้จะไม่มีอะไรใหม่ๆจากภาคก่อนๆ  - -* ก็ยังคงเป็น Predators ต่อไปกับฉากในป่าตลอดเวลาการถ่ายทำและอะไรอีกนิดหน่อย จุดหักเหของหนังก็ทำเอาผมอิ้งไปเลยในบางครั้ง เหมือนเดิมครับ “เอางั้นเลยเหรอ” เหอๆๆ….

สรุป ก็เหมาะสำหรับคอสัตว์ประหลาดและคอ Predators แบบผม คงต้องสะสมและครอบครองไว้ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบ Predators เท่าไรก็เช่ามาดูได้ความบันเทิงดีครับ

น้าหนุ่ม…

1 Comment more...

Looking for something?

Use the form below to search the site:

Still not finding what you're looking for? Drop a comment on a post or contact us so we can take care of it!

Visit our friends!

A few highly recommended friends...